JoJoE 的个人资料My WoRLd照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
11月29日 ...ชีวิตจริง.... 20 กว่าปีแห่งการเรียนรู้ในห้องเรียนได้เสร็จสิ้นและจบลงแล้ว (ถึงแม้ว่า จะจบอย่างไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ - -") ต่อจากนี้ไปก็คง ไม่มีการปิดเทอม ไม่มีเวลามานั่ง เพ้อฝัน .... ชีวิตของจริงกำลังจะเริ่มแล้ว.... ถึงจะชอบรึไม่ชอบ แต่ เราก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไปตามวาระ และจังหวะของมัน ตลอด 20 กว่าปี การเรียนรู้ในรั้วช่วยหล่อหลอมเรา ให้เป็นผู้เป็นคน ให้รู้จักหน้าที่มากแค่ไหนกัน เดี๋ยวก็คงได้รู้กัน แต่รู้สึกว่า ชีวิตในวันนี้กับชีวิตในอุดมคติ ที่เคยนึกคิดวาดฝัน มันจะค่อนข้างห่างกันเหลือเกิน จะเป็นเพราะสาเหตุ ความกลัว ที่ทำให้ไม่กล้าแหวก ค่านิยม แหวกกฎเกณฑ์หรืออะไรต่างๆนาๆในสังคม รึเปล่านะที่ทำให้เราต้องมาใช้ชีวิตตามวัฏจักร เหมือนคนทั่วๆไป ...สิ่งที่เคยหวัง ความฝันที่เคยมี รุสึกมันหลุดลอยหายไปซะหมด ....แล้วเราจะหวังกันไปทำไม ???
บางทีก็ยากที่จะยอมรับความจริง ว่าเราได้สูญเสียสิ่งที่มีค่าและพลังขับเคลื่อน ในการดำเนินชีวิตไป แต่ที่สุดแล้ว เราก็ต้องยอมรับและเป็นไปในสิ่งที่เราไม่อยากให้เป็น ... ไม่มีใครได้ทุกอย่าง ตามใจปราถนา ....ก็คงจะเป็นจริงอย่างนั้น ...บางสิ่งที่เราไม่ต้องการ ...เหมือนมันมีอะไรบางอย่างพยายามจะยัดเยียดให้เราต้องได้ หรือ ต้องทำ ในสิ่งที่เราไม่ต้องการ ถ้าหากมีใจที่จะสู้หรือฝืนสิ่งที่ถูกยัดเยียด ก็จะถูกลงโทษ โดยการถูกหาว่า แปลกประหลาด หรือนอกคอก ...จนแล้วจนเล่าที่ถามหาความกล้า...ความฮึกเหิมจากก้นบึ้งของจิตใจ...อยากได้ความกล้าที่จะฝ่าสิ่งเหล่านั้นไป ..แต่ดูเหมือนมันจะเปล่าประโยชน์...ยิ่งถามหามากเท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะได้รับการปฎิเสธมากเท่านั้น ...อยากจะโทษ สิ่งแวดล้อมรอบข้าง หรือ ผู้คนที่เดินผ่านเข้ามา หรือโชคชะตาที่ลิขิตให้ต้องเผชิญ ที่ทำให้พลาดสิ่งที่หวังสิ่งที่ตั้งใจไป แต่ ..ก็ทำไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้ว ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ความอ่อนแอที่มีอยู่ใน จิตใจ เป็นสาเหตุและต้นตอใหญ่ ที่ทำให้เราไม่อาจปฎิเสธทางเดินที่ถูกยัดเยียดมาได้ ช่างเป้นเรื่องที่น่าเศร้าซะจริง
แต่ก็อย่างว่า อีกนั่นแหละ ชีวิตของคนเรา มันไม่มีอะไรที่ เป็นจุดสิ้นสุดของกิเลส หิวไม่สิ้นสุด อยากไม่สิ้นสุด ในเมื่อเราเองก็ มีเหมือนคนทั่วๆไป สิ่งที่จะทำได้ต่อไป ก็คง ต้อง ใช้ชีวิตอยู่กับความเป็นจริงเพื่อตอบสนอง ความอยากไม่สิ้นสุดของชีวิตต่อไป จะดีจะร้ายก็คงต้องเรียนรู้ จากประสบการณ์จริง จะดีจะร้ายยังไง มันก็คงต้องดำเนินต่อไป มุ่งหน้าไปสู่ "ชีวิตจริง"
5月1日 ..ชาแมนคิง.. ดีสุดขั้ว ชั่วสุดขีด เคยได้ยินบ้างรึป่าว ถ้าในหนังสือ หรือการ์ตูน ฝ่ายดีก็คงเป็นพวกที่เป็นพระเอกขจัดเหล่าปีศาจร้าย ส่วนฝ่ายชั่ว ก้คงเป้น พวกเหล่าปีศาจทั้งหลายที่จ้องจะอาละวาดทำแต่เรื่องที่ไม่ดีการ์ตูน ทั่วไปเปนแบบนั้น แต่สำหรับ ชาแมนคิง มันไม่ใช่
ชาแมนคิง ว่าด้วยเรื่องของ อาซาคุระ โย เด็กหนุ่มผู้ที่มีชีวิตแสนสงบ ที่เพิ่งย้ายโรงเรียนมาเรียนที่โตเกียว แล้วก้ได้พบกับเพื่อนใหม่ ที่ชื่อ มันตะ มันตะเองเป็นเด็กที่ขยันเรียน ตั้งใจเรียน แต่ก้ จับพลัดจับผลูมาเจอกับอาซาคุระ โยเข้าจนได้ และยังได้รู้อีกว่า อาซาคุระโย ที่จริงแล้วไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นคนที่มีความสามารถที่จะมองเห็นวิญญาณได้ ทำให้มันตะแปลกใจมาก อีกทั้งทางด้านโยเอง ก็รุสึกดีใจ ที่มันตะเองก็เห็นวิญญาณเหมือนกับเค้า เพราเค้าเชื่อว่าคนดีเท่านั้นถึงจะสามารถเห็นวิญญาณได้ ซึ่งที่ผ่านมานั้น โยเองไม่เคยคบเพื่อนที่ไหนเลย เพราะว่า ถูกเพื่อนๆมองว่าแปลกประหลาด ที่บอกว่า มองเห็นผีได้ จากนั้นมา ทั้งมันตะและโย ก็ได้เป็นเพื่อนกัน และก็ได้มารู้ทีหลังว่า ที่แท้จริงแล้วโยเองคือชาแมน หรือผู้ที่ใช้วิญญาณ ซึ่งในโลกนี้มีชาแมนอยู่ทุกที่ มันตะเองรู้อย่างงั้น ก้เลยสนใจ และกลายเป็นเพื่อนคนแรกของโย หลังจากนั้น ก็ได้มีเหตุการณ์ต่างๆเข้ามามากมาย เช่น โยได้เจอกับอามิดามารุ วิญญาณที่ว่ากันว่าเป็นวิญญาณซามูไรที่บ้าคลั่ง ฆ่าทหารของ ทางราชการเป็นว่าเล่น จนถูกมองว่าเป็นปิศาจกระหายเลือด แต่แท้ที่จริงแล้ว เหตุการณ์ที่ทำให้อามิดามารุต้องเป็นแบบนั้นก็เพราะเค้ารักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อน และมีความจำเป็นที่จะต้องทำไปแบบนั้น เมื่ออามิดามารุ ได้เจอกับโย โดยบังเอิญและได้ร่วมต่อสู้ ก็เลยเกิดประทับใจในตัวของโยขึ้นมา และได้สาบานว่าจะเป็นวิญญาณรับใช้ของโย หลังจากนันโยก็ต้องเข้าร่วมแข่งชาแมนไฟต์ โดยที่จุดประสงค์ที่ต้องเข้าแข่งคือ ต้องการใช้ชีวิตให้สบายๆ ??
ในช่วงแรกๆของการแข่งนั้นโยได้ เจอกับ เร็น โฮโรโฮโร และเฮ้าส์ ทั้ง 3คนเป็นคู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจ ในรอบแรก แต่เมื่อสู้กันไปจนผ่านรอบแรก และรู้เป้าหมายของแต่ละคนว่า สู้ไปเพื่ออะไร โฮโรโฮโร จะเป็นชาแมนคิงเพื่อสร้างทุ่งฟุกิที่ใหญ่ที่สุด เฮ้าส์ต้องการเป็นชาแมนคิงเพื่อที่จะเอาคนรักกลับมา ต่างคนต่างจิตใจตางความฝัน โยเองเข้าใจความรู้สึกของ ทั้ง 3 คนในการแข่งขันชาแมนไฟต์ในรอบแรก และในที่สุด ทั้ง 4 คนก็ได้ผ่านเข้าไปในรอบ 2แล้วก็ได้กลายมาเป็นเพื่อนกัน ชาแมนไฟต์ในรอบ 2 โยได้พบกับศัตรู ที่น่ากลัวที่สุด ผู้ที่ว่ากันว่า จะได้เป็นชาแมนคิงในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งก็คือ ฮาโอ ฮาโอเองนั้นมองจากภายนอกเป็นเพียงเด็กธรรมดาๆ แต่ที่จริงแล้ว ฮาโอคนนี้ คือ อาซาคุระ ฮาโอ ที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 1000 ปีก่อนซึ่งเป็นต้นตระกูลของ โย นั่นเอง และในชาตินี้ ก็กลับมาเกิดในฐานะ ฝาแฝดคนพี่ ของโย ... ถึงรู้อย่างนั้น ด้วยความที่เป็นคนที่ไม่ยึดติด โยเองกลับไม่รู้สึกกลัวฮาโอเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ก้กลับเฉยๆ ตามปกติตามนิสัยของเค้า และในการแข่งชาแมนไฟต์ในรอบ2 นี้เอง เรื่องราวต่างๆขงตระกูลอาซาคุระ ที่เป็นจุดกำเนิดแห่งฮาโอ ก้ได้กระจ่างขึ้น และโยเอง ก็เป็นผู้ที่ตระกูล อาซาคุระ ฝากความหวังไว้ว่าจะเป็นคนที่โค่นฮาโอลงสำเร็จในท้ายที่สุด
เรื่องนี้เป็นการ์ตูนที่นานพอสมควร เราอ่านครั้งแรกสมัย เรียปวส.อยู่ที่ขอนแก่น แรกๆไม่ค่อยมีไรมาก เนื้อเรื่องก้งั้นๆ อ่านไปเพราะไม่รู้ว่าจะอ่านไรดี แต่พออ่านนานเข้าทำให้รู้สึกชอบการ์ตูนเรื่องนี้จริงๆ สาเหตุที่ชอบก็เพราะ แง่มุมที่มีต่อมุมมองของโลกใบนี้ อ. ฮิโรยูกิ ทาเคอิ นั้นน่าสนใจมาก มีหลายครั้งที่ คำที่เป็นปรัชญา ถูกพูดผ่านตัวละครต่างๆ รวมถึงบางครั้ง ที่ตัวละครแสดงใก้เห็นถึงการมีเหตุมีผลในการกระทำของตัวละคร ไม่ใช่ว่าตัวร้าย จะร้ายโดยไม่มีเหตุผล อย่างฮาโอ ที่เป็นตัวร้ายที่สุดในเรื่อง สิ่งที่ทำให้ฮาโอคิดว่า จะ ฆ่ามนุษย์ให้หมด ให้โลกนี้มีแค่ชาแมนนั้นก็เพราะว่า ฮาโอได้สำเร็จวิชาอ่านใจ สิ่งที่อยู่รอบตัวออก ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ หรือ สรรพสิ่ง ต่างๆ และเมื่อเป็นเช่นนั้น ทำให้ฮาโอเห็นถึงความ ขุ่นมัว สกปรกในใจมนุษย์ ที่คอยแต่จะเห็นแก่ตนเอง เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น เมื่อเป็นเช่นนั้นทำให้ฮาโอ ไดองเมียวจิ ที่เก่งที่สุดในบรรดาชาแมนเมื่อ 1000 ปีก่อน เกิดคิดทำลายมนุษย์ให้สิ้น จึงทำให้ตระกูลอาซาคุระ ต้องทำการ ผนึกไว้ ซึ่ง ที่จริงแล้วเท่าที่ดู ฮาโอเองก็ไม่ได้มีความคิดชั่วร้ายเลย เพียงแต่ว่า ต้องการให้โลกมีแต่คนดีเท่านั้น ซึ่งคนดีที่ว่าก็คือ ชาแมน ที่สามารถมองเห็นวิญญาณได้นั่นเอง นั่นเป็นความคิดของเค้า ไม่ใช่แค่ฮาโอ แต่ตัวละคร อื่นๆในเรื่อง ทั้งที่ถูกมองว่าเป็นคนดีอย่าง X law's เอง ก็ยังมีมุมมืดมิดเช่นเดียวกัน
การ์ตูนเรื่องนี้อ่านแล้วทำให้เข้าใจว่า ในโลกนี้ ทุกอย่างล้วนย่อมมีเหตุผลในความเป็นไปในตัวของมันเอง เราเองเป็นเพียงหนึ่งในวงวัฎจักร ไม่ควรจะทำให้วัฎจักรนั้น ไม่สมดุล ธรรมชาติคือสิ่ง ที่เป็นใหญ่ที่สุด ไม่ควรจะฝืนธรรมชาติ หรือ ชะตากรรม ให้ความเคารพ ธรรมชาติ เคารพการกระทำของ ผู้ที่อยู่ร่วมกัน ในโลกใบนี้นั้นไม่มี สิ่งที่ดีสุดขั้ว หรือ ชั่วสุดขีด อย่างที่เคยรู้มา ทุกอย่างล้วนย่อมมีมืดมีสว่างเป็นของคู่กัน ทุกอย่างทุกการกระทำล้วนแล้วแต่มีจุดประสงคื มีเหตุมีผลในตัวของการกระทำนั้น เราไม่ควรเอาตัวเองเป็นตราชั่งไปตัดสินคนอื่น และการใช้ชีวิตของเรา ควรจะให้เป็นไปตามที่ใจเราปราถนา....
...
..
1月30日 บางทีก้มีมุมอับ 555บางที
เค้าว่ากันว่าชีวิตของคนเราล้วนแล้วแต่ต้องพบกับทั้งความสุขและความทุกข์ เมื่อมีความสุขเข้ามา ขอให้เตรียมใจรับความทุกข์ที่รออยุ่ได้เลย
เราเองเคยได้ยินประโยคทำนองนี้ ในครั้งที่ยังเป็นเด็ก ไม่เคยเชื่อและไม่เคยเข้าใจ ตอนนั้นรู้เพียงว่าคนเรา เกิดมามันต้องมีแต่ความสุข พยายามหนีตัวที่เรียกว่าความทุกข์ให้พ้น
แต่ที่สุดแล้ว มันก้ เปล่าประโยชน์ ยิ่งทำตัวมีความสุข เพื่อจะหนีความเศร้าเท่าไหร่ เหมือนมันจะมีอะไรที่มาทำให้ทุกข์ใจมากยิ่งกว่า ถาโถมเข้ามา เหมือนกับจะบอกกับเราว่า
จงยอมรับซึ่งความทุกข์ซะ ไม่มีทางใดเลยที่จะ หนีจากมันได้ หลายครั้งที่พยายามและทุกครั้งที่พยายามจะหนีมันจะมีทางตันเสมอ กำแพงจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน
หรือว่าเรามีทางเดียวที่จะทำให้มันหยุดได้คือ การต้องยอมรับมัน หรือแค่นั้นมันยังไม่พอ แล้วยังต้องการอะไรอีก ....ช่วยตอบที
บางครั้งก็เหนื่อยที่จะสู้เจงๆ
เหนื่อยที่ไม่รู้ว่า จะสู้ไปเพื่ออะไรกัน
เซงเป็ด !!!
ได้แต่ฟังเพลงนี้แล้วบอกกับตัวเองว่า
ถึงจะไม่รู้ว่าจะสู้ไปเพื่ออะไรเพื่อใคร
แต่ยังไงมันก็ต้องสู้
ถึงจะอ่อนแรง อาจหลบไปพักบ้าง
แล้วก็จะกลับมาสู้
แต่ตอนนี้...
ขอพักก่อนได้มั้ยเนี่ย เหนื่อยและ
เฮ้อออย
12月16日 เกินคำว่ารักFree file hosting by Ripway.com เกินคำว่ารัก - แคลช
I
ntro:C/F/C/F
C ตั้งแต่วันที่ได้เจอเธอ... F เท่าที่จำเธอไม่เคยมีซักที ที่ลืมกัน
โอ้ ...โอ้ ก่อน หน้า C ฉันไม่เคยเข้าใจที่เทอทำเพราะอะไร F เทอนั้นดีซะจนหัวใจฉันลอยไป AM EM AM ไม่ต้องถามก้อรู้ว่าเธอนั้นรักฉันเท่าไร (ฉันบอกไป) F G ไม่รู้จะต้องใช้คำๆไหน C บอกรักเท่าไรมันคงไม่พอสำหรับฉัน AM
จะให้หันมองใครไม่มีใครดีซะเหมือนเธอ F Fm มันเอ้อ....ล้น เต็มใจ ไม่รู้พูดยังไง G C ให้มากมายเกินคำว่ารักเธอ ที่เคยได้พูดออกไป C บอกให้เธอทำอะไรทำอะไร F บ่นซักคำก้อไม่มีไม่มี แสนดีหมด C โอ้.. จดจำฟังข้างในหัวใจว่าเธอนั้นดีกว่าใคร F ไม่ว่าอะไรไม่ต้องการ เพราะวันนี้ฉันมีเธอ AM EM AM ไม่ต้องถามก้อรู้ว่าเธอนั้นรักฉันเท่าไร (ฉันบอกไป) F/G ไม่รู้จะต้องใช้คำๆไหน C บอกรักเท่าไรมันคงไม่พอสำหรับฉัน AM จะให้หันมองใครไม่มีใครดีซะเหมือนเธอ F Fm มันเอ้อ....ล้น เต็มใจ ไม่รู้พูดยังไง G C ให้มากมายเกินคำว่ารักเธอ ที่เคยได้พูดออกไป F อืม...ก้อมากมายเกินคำว่ารักเธอ G C เกินคำว่ารักเธอ ให้เธอได้รู้ credit โดย คุณ DBAC เวบ http://www.musicatm.com/view.php?No=9859
ชอบเพลงนี้จิงแฮะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน 12月11日 วันเกิด..ทีผ่านมา มีคนมาอวยพรให้เยอะแยะเลย อิอิ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำอวยพรทุกๆคำอวยพร ขอบคุณมากๆ คับผม ^^
12月3日 เกลือ..บ่อน..กลอนเบื่อโอ้ชีวิต ตูนี่ ช่างน่าเบื่อ
แม่มเหลือเชื่อ วันนึงซวย 4 5 หน
เงินไม่มี รถยางรั่ว ช่างอับจน
เกิดเปนคน ช่างทุกทน ซะจิงเอย
พรุ่งนี้ก้ วันอังคาร มาอีกแล้ว
คงไม่แคล้ว ต้องอ่านแลป อีกนะนี่
ก่อนจะลง(ทะเบียน) แหมแลปนี้ ช่างดูดี
พอได้เรียน แล้วทีนี้ ตายแน่ตรู
ฤดูหนาว เริ่มย่างกราย มาอีกแล้ว
เหล้าซักแก้ว ให้อุ่นอุ่น คงพอไหว
แต่ที่อุ่น มันร่างกาย ใช่ที่ใจ
ไม่อุ่นไซร้ แต่ไม่ตาย หรอกตัวตู
อยู่คนเดียว แล้วจะ ทำไมฟะ
เหงาแล้วจะ ทำไม ใครจะสน
อยากจะบอก บอกกับใคร ใครหลายคน
ตูผู้ชาย หนึ่งคน มิใช่เกย์ (สาดดด)
11月15日 ดองซะเค็ม555 วันนี้ก้กลับมาชิมสเปซที่ดองไว้ อ่ะเค็มได้ที่แล้วได้เวลาเปลี่ยนวัตถุดิบใหม่และ
เฮ้ออ ที่จิงมีเรื่องมากมายผ่านเข้ามาในช่วงนี้ แต่ไม่รู้เหมือนกัน มันก้นั่นแหละ
เดิมๆซ้ำๆ วนๆเวียนๆ กะเรื่องเดิมๆ ชีวิตนี้ (เหอะ บ่นก่อนเลยละกัน 55)
ปีนี้ก้ปีสุดท้ายและ กับการที่จะได้อยู่มหาลัยแห่งนี้
ก้ ปนๆกันไปกับความรู้สึก มีทั้งดี และแย่ แต่ก้นี่แหละหนาชีวิต แบบนี้สิถึงจะมัน (รึป่าว) เหอะๆ
มาที่นี่ได้อะไรที่ไม่เคยคิดว่าน่าจะได้นะ
รุสึกว่าทักษะเข้าสังคมจะเพิ่มขึ้นนิดหน่อย ทำงานตัวเปนขนเลยทีเดียว
ซึ่งมันก้มีอัตราส่วนแปรผันตรงกับเกรด (T_T)
ก้อย่างว่าได้อย่างเสียอย่างหุๆ ทำงานจนไม่ได้กลับบ้านกลับช่องเลยทีเดียว
ป่านนี้ที่บ้านยังจำกันหน้ากันได้รึป่าวก้ไม่รุ หุๆ
ตุลาที่ผ่านมานี่ก้ทำอีแคมป์ หนุกดีเช่นเคย ทำมา ค่ายนี้เป็นค่ายที่ 6 แล้วมั้ง
แต่หน้าที่ก้เปลี่ยนไปนิดๆหน่อยๆ
จากค่ายปีแรกเปนกรรมกร VIP
ค่าย 2 วัดปรินายก ตอนปิดเทอมก้เป็นพี่เลี้ยง
จากนั้นก้กลับมาเปนกรรมกรอีกทีค่ายตุลาปีต่อมา
อืมม เด๋วๆนะๆ เล่าไปมันชักจะยาว เอาไว้เล่ารวดเดียว 6 ค่าย วันหลังและกัน หุๆๆ
ที่ค้างไว้คราวที่แล้วก้เรื่องไรนะ ดนตรีใช่ป่าว เหอๆ ดองนาน ลืมๆพล๊อตที่จะพิมพ์ไปซะและ
อืมมม ยังไงดีอ่ะ ดนตรีแต่ละแนวนี่ก้ถ้าจะลิ้งค์ให้มันเหมือนกับอะไรที่ใกล้ๆตัวแล้ว
คิดว่ามันน่าจะเหมือนอารัยดีนะ อืมมม สำหรับเราแล้วนะเราว่า
เพลงป็อป มันก้คงเปนเหมือนขนมหวานหรือ ลูกกวาดเอาไว้ กินเล่นเพลินๆ
ไม่ต้องเอาไรมากมาย กินก้อได้ไม่มีกินก้อไม่เสียหาย
ฟังเอาหนุกหนาน สดใสๆ เพิ่มน้ำตาลให้กับอารมณ์ในการฟังเพลง
เนี่ยก้เหมือนกับเด็กๆวัยรุ่นตอนต้นๆที่ชอบฟังเพลงป็อบก้คงเทียบได้
กะที่เค้าชอบกินขนมรึลูกกวาดนั่นแหละมั้ง
เพลงร๊อค อันนี้คงจาเหมือนอืมม
อาหารมื้อหนักๆ ซักมื้อที่กินแล้วรุ้สึกเต็มที่
ถ้าเป็นเพลงร็อคดีๆนี่ถ้าเป็นสเต็กก้คงเป็นสเต็กที่ได้เนื้อที่ชิ้นใหญ่ๆ เนื้อสันใน ไรประมานนี้
ส่วนใหญ่แล้วเราว่าเพลงร็อคแท้ๆดีๆนี่ เป็นอะไรที่จิงใจมากเลยนะ
ถ้าเป็นร็อคนี่ไม่ต้องแต่งสีสันให้มากมาย ใช้หูฟัง
สมองคิดตาม
ปล่อยใจรับรู้ความรู้สึกตามทำนองเพลง
ถึงบางทีจะฟังไม่รุ้เรื่องบ้างแต่ก้นั่นแหละ
ถ้าใช้ใจมานก้จะรับรู้อารมณ์ไปเอง (ว่าเข้าไปนั่น 555)
ตอนเด็กๆนี่ไม่ค่อยชอบเลยนะรู้สึกมันหนักไป
แต่พอโตขึ้นแล้วได้เห็นอะไรๆหลายๆแง่หลายๆมุม
แล้วก้ทำให้เข้าใจว่าโลกก้ไม่ได้สวยงามเหมือนเพลงป็อบเสมอไป
และลึกๆข้างในโลก
มันมีความจิงที่ถ่ายทอดออกมาได้
โดยถ่ายทอดความจิงที่ไม่ใส่หน้ากากผ่านทางเพลงร็อคออกมา
เพลงเพื่อชีวิต นี่ อืมมไม่รุเหมือนกัน ยังเข้าไม่ถึงเลยอ่ะ
แต่ถ้าให้เปรียบคงจะเหมือน อะไรที่มันเหมือนกับเพลงของคนมีอุดมการณ์
เพลงของนักพัฒนา คนรักธรรมชาติ ไรงี้
ไม่รู้จะเปรียบเปนของกินยังไงดี นึกไม่ออกจิงๆ
เพลง ลูกทุ่ง ลูกกรุง หมอลำ
นี่เลยกับข้าวพื้นบ้านจานเด็ด
ตอนนี้คงยังไมไค่อยรุสึกว่ามันเพราะเท่าไหร่
แต่พอท่านๆแก่ตัวลงเมื่อไหร่ นั่นแหละจะรู้เลยว่า Back to basic มันเป็นจั๋งได๋ เอ้ย ยังไง
คงเหมือนกับว่ายีนในตัวมันเรียกร้องอ่ะนะ
คือยังไงก้คงหลีกหนี ต้นกำเนิดตัวเองไม่ได้อยู่ดี
ต่อให้ไปฟังเพลง ป๊อบ รึไรก้แล้วแต่กลบเกลื่อนต้นกำเนิดเชื้อสายกรรมพันธุ์
แต่ที่สุดแล้ว พออายุมากเข้า ใจมันก้อาจจะเรียกหาความรู้สึกอยากฟังเพลงแบบนี้ขึ้นมาเอง
โดยมิรู้ตัวก้ได้
อืมมทั้งหมดนี่ก้เพลงที่เราฟังอ่ะนะนอกเหนือจากนี้ก้ฟังม่ายเปนและแหะๆ ยังต้องเรียนรู้และเปิดโลกทัศน์อีกมากเลย อาวล่ะร่ายมาซะยาว เลย
เมื่อยและ เอาไว้เจอกันคราวหน้าและกันเด๋วมีเรื่องมาอัพกันอีกเยอะ
แล้วเจอกาน()
SEE U SOON
9月13日 อืมมม คิดไม่ออก คิดไรไม่ค่อยออกเลยช่วงนี้ตั้งแต่รู้คะแนนสอบมิดเทอม จะอาไงดีกับชีวิตดีก้ยังมิรู้เลย แต่ที่รู้ๆคือดรอปไปแล้ว 1 ตัว เหอๆๆ ไม่รู้ยังไงอารมณ์ช่วงนี้ขึ้นๆลงๆพิกล ไม่นิ่งเหมือนแต่ก่อน คงเป็นเพราะอะไรหลายๆอย่างๆที่กำลังผ่านข้ามาในช่วงนี้ ไม่ค่อยมีช่วงเวลาให้พักผ่อนสมองซักเท่าไหร่ ไม่ค่อยมีเวลามานั่งฟังเพลงแล้วเหม่อลอยไปด้วยหมือนสมัยก่อน ...เออ นั่นดิจะว่าไปแล้ว ช่วงนี้เปนไรไม่รู้ ฟังพลงแล้วรู้สึกไม่ค่อยจะเข้าถึงหมือนแต่ก่อน แต่ก่อนนั่งฟังได้เป็น ครึ่งวัน นั่งอยู่หน้าจอคอมนั่นแหละ เปิดวินแอมป์แล้วก้นั่งนิ่งเลย เป็นครึ่งวัน ฟังอยู่งั้นแหละ ตอนนั้นทำได้แต่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว รึเปนเพราะเราเริ่มๆแก่แล้วฟะเนี่ย (เกี่ยวกันมั้ย) ตอนนั้นนี่แบบนั่งฟังเพลงที่ชอบ มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแค่ท้องฟ้า แล้วก้ท้องฟ้า รู้สึกอิสระดีจิงๆ เหมือนกำลังลอยอยู่บนฟากฟ้าก้มิปาน (ว่าเข้าไปนั่น)
เฮ้อ แต่ตอนนี้มองออกไป ก้ เจอแต่ตึกและตึกและตึก แต่ก้นั่นแหละ ที่นี่กรุงเทพ จะให้เหมือนบ้านนอกเหมือน บ้านเราก้คงไม่ใช่และ อุดอู้คุดคู้ อยู่ที่นี่แล้วมีความรู้สึกเหมือนถูกจำกัดอิสระยังไงก้ไม้รุ ทำไมกันน้าทำไม คนเค้าถึงอยากมาอยู่ กรุงเทพกันนัก แต่ก้อย่างว่าบางคนอาจจะชอบก้ได้ สะดวกสบาย ทันสมัย ว่างั้น
อืมม..เมื่อกี้พอพูดถึงเรื่องเพลงแล้วก้เกิดอาการ อยากจะเล่าความรู้สึกกับเพลงขึ้นมานิดๆ เพลงที่เราๆ ท่านๆฟังกันอยู่ทุกวันนี้มันมีกี่แนวกันแล้ว เพลงไทยๆเรานี่เท่าที่รู้จักก้มี ป๊อบ ร็อค อินดี้ ฮิปฮอป ลูกทุ่ง หมอลำ เพื่อชีวิต ใหญ่ๆคงมีแค่นี้ล่ะมั้ง แต่ก่อนนี่ตอนเริ่มฟังเพลงใหม่ๆนี่ เราเริ่มจากป๊อบก่อนเลย นี่เลย ลิฟท์-ออย พี่เจมส์ นี่ชอบมากสมัยเริ่มฟังเพลงตอนรุ่นๆ 13-14 ((แต่ก่อนหน้านั้นก้ฟังๆเหมือนกันนะ ตอนอนุบาล นี่รู้สึกจะเพลง ป้าเบิร์ด ลิ้นกับฟัน บูมเมอร์แรง ไรงี้แล้วก้มีพลงของ นกแลที่แต่งตัวเป็นชาวเขาเผ่าไรซักอย่าง (ซึ่งตอนนี้ก้ไม่รู้ว่าพอโตขึ้นมาแล้วหายไปไหนกันหมด ) ) ช่วงนั้นเพลงของ อาร์เอส นี่แรงมากๆ จะแบบว่าวัยรุ่นนี่ต้องฟังอาร์เอส แล้วแกรมมี่นี่พลงจะออกแนวผู้ใหญ่หน่อยๆ แต่ก่อนก้ยอมรับว่าไม่ค่อยฟังพลงแกรมมี่เลยนะ ไม่รู้ดิไม่ชอบไงไม่รู้ ( แต่ตอนนี้ สลับกันเหอะๆ ) สงสัยเพลงมันจะมีความหมายลึกซึ้งมากเกินไปมั้งสำหรับเด็กสมัยนั้น
ก้เลยไม่ค่อยได้ฟังกัน แล้วพอเริ่มโตขึ้นมาเรื่อยๆได้เปิดโลกกว้างก้ฟังเพลงหลายๆแนวขึ้น ทั้งฝรั่ง ญี่ปุ่น แต่ยังอิงแนวป๊อบๆอยู่นะ (ช่วงนั้น 15-16) เพลงญี่ปุ่นนี่สงสัยคงติดมาจากที่ชอบดูการ์ตูนมากๆล่ะมั้งเหอะๆ แต่ก่อน พอร้องพลงตามเวลาการ์ตูนริ่มฉาย พวก ดราก้อนบอลไรงี้ ซามูไรทรูปเปอร์ไรงี้ ก้จะชอบโดนเพื่อนที่นั่งดูด้วยกันบอกว่าบ้ารึป่าว ร้องไรเนี่ย ไรปรามานนี้ แต่ก้ไม่ได้สนใจไร ก้เพลงมันมันนี่หว่าจะร้องใครจะทำไม (ถึงจะร้องแค่เลียนแบบสำเนียงก้เหอะ 55+) มันกว่าเพลงไทยบางเพลงซะอีก แล้วก้ตอนเด็กๆนี่พอได้ยินเพลงการ์ตูนทีไรแล้วมันฮึดๆไงไม่รู้ เหมือนกะเวลาพระเอกกำลังจะชนะแบบว่าทีเรกเสียเปรียบแต่มีลูกฮึดเพลงจะขึ้นมาเลย เรานี่ก้เเบบ จะคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกแล้วมันก็จะฮึด ซะงั้น 55 เอ้อ คิดแล้วก้สนุกดี นึกถึงตัวเองตอนเด็กๆ บ้าพลังเหมือนกันตอนนั้น 55 เฮ้ออ จบก่อนดีกว่าขี้เกียจพิมพ็และ เดี๋ยวเอาไว้มาต่อวันหลัง บอล อังกฤษกะรัสเซียมาและ ขอชะแว้บไปดูก่อนและกัน
8月15日 ยอดเขา หลายคนคงจาเคยเห็นภูเขา ภูเขาลูกนึงมันประกอบด้วยอะไรบ้าง ดิน ดิน แล้วก้ ดิน หลายๆก้อนประกอบกันรวมกันเป็นภูเขา ภูเขาทุกลูกล้วนมียอดเขา ตั้งอยู่ บนจุดสูงสุดของภูเขา บนยอดเขา อากาศ เบาบาง เย็นสบาย (รึป่าวหว่า) แล้วบนยอดเขา ก้จะมีบ้านไม้หนึ่งหลังไว้พักพิง มีจุด ชมวิวเป็นหินงอกยื่นออกมา เป็นจุดที่สามารถมองเห็น ...มองเห็น คนที่อยู่ข้างล่าง ..มองเห็นได้รอบทิศทาง มองเห็น คน.. หลายๆคน หลายๆแบบ กำลังทำกิจกรรม ของแต่ละคน ...มองเห็น เด็กๆ กำลังวิ่งเล่น หยอกล้อ กันอย่างสนุก ...มองเห็น วัยรุ่น คู่รัก กำลังกุ๊กกิ๊ก กะหนุงกาหนิง เดินจูงมือ บ้างก้ โอบกอดกันอย่างหวานชื่นน่าอิจฉา บ้างก้สนุกสนานกับเพื่อนๆอย่างเมามัน...มองเห็น ผู้ใหญ่ กำลังง่วนอยู่กับการทำงาน หน้าดำคร่ำเคร่ง ...มองเห็น คนสูงอายุ นั่งพูดคุยกันถึงเรื่องเก่าๆ บ้างก้ นั่งนิ่งเฉย ...มองเห็นความเป็นไป ของคนที่อยู่บนพื้นโลก มองเห็นเพื่อนๆของเราเอง มองเห็นพ่อแม่ ญาติๆ เห็นคนรู้จัก มองอยู่บนยอดเขานั่น ยอดเขาที่ ไม่ว่าใครก้มองไม่เห็น แต่สงบร่มรื่น เงียบงัน ไม่มีความวุ่นวายใดๆเข้ามาถึง อยู่กับเสียงเพลง สายลมที่พัดผ่านตลอดเวลา มีรถ 1คัน เอาไว้ขับเพื่อลงมาดูโลกข้างล่างอย่างใกล้ชิด เป็นครั้งคราว มาแล้วก้กลับไปบนยอดเขาเหมือนเดิม
แม้ว่าบางทีบนยอดเขาจะหนาวบ้าง จะร้อนบ้าง แต่ก้ยังพอทนอยู่ได้ การอยู่อย่างสันโดษและโดดเดี่ยว ..มันก้ไม่ได้เลวร้ายอะไรอย่างที่ใครๆคิด มันสอนให้รู้จักตัวเอง รู้จักวิธีต่อสู้กับความเหน็บหนาว รู้จักต่อสู้กับความร้อนรน แม้บ่อยครั้งจะต้องลองผิดลองถูกเพื่อหาคำตอบให้ตัวเอง...แต่มันก้ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมาย ...อาจจะเคยผิดบ้าง..ถูกบ้าง..มันก้เป้นเรื่องธรรมดาของมนุษย์...มีหลายครั้ง ที่อยากจะลงไปร่วมวง ร่วมสุขร่วมทุกข์ กับคนทั่วๆไป แต่ก็เกือบจะทุกครั้ง เมื่อลงมาแล้วก็รู้ตัวและสำนึกว่า ที่ของตัวเอง มันคงไม่ใช่ที่นั่น มันคงยังเป้นที่ยอดเขา เช่นดิม ที่ๆเราได้เห็น เด็กๆวิ่งเล่นกันอย่างสนุก ที่ๆได้เห็นวัยรุ่นใช้ชีวิตกันอย่างเต็มที่ ได้เห็นคนสูงอายุนั่งพูดคุยกัน และที่ๆได้เห็น พ่อแม่ น้อง ญาติๆ เพื่อนๆ ใช้ชีวิตในแบบที่เค้าอยากจะใช้ ได้แต่มองดู อยู่ห่างๆ และ....แสนไกล...อยู่บนยอดเขา ...และยิ่งเวลานานไป ทางขึ้นลงบนเนินเขา ถูก ฝน แผ่นดินไหว กัดเซาะจนจะไม่เหลือทางให้ขึ้นลงได้...เหลือแค่ทางช่องเล็กๆ ที่พอจะเดินขึ้นลงได้ ...ยากที่จะขึ้นไปยอดเขา..และลำบากที่จะลงมาข้างล่าง....แต่ก้ไม่เป้นไร..อยู่ตรงยอดเขามานานหลายปี ชินกับสภาพนั้นดี....มันไม่ได้เลวร้ายจนเกินไปเหมือนที่หลายๆคนกลัว..แต่ก้ไม่ได้น่าอยู่มากมายนัก...แต่ยังไงก้คงต้องอยู่ตรงนี้ต่อไป...ได้แต่นั่งอมยิ้มกับความสุขของคนอื่น...ได้แต่แอบเศร้าใจกับความเสียใจของใครหลายๆคน..ที่ได้มองเห็นจากยอดเขานั่น..แต่ได้แค่นี้ก้ไม่เลวเลย..ได้แอบร่วมสุขร่วมทุกข์ จากการได้เห็นจากที่ไกลๆ ...
ไม่เลวเลยทีเดียว...ถึงแม้ยอดเขาจะมีน้อยคนหรืออาจจะไม่มีใครเลยที่จะมองเห็นก้
ตามที....(^_^)
8月5日 วางแผน ตอนเด็กๆเคยคิดเคยฝันบ้างมั้ยว่า พอโตขึ้นแล้วอยากทำอาชีพอะไร คงจะมีหลายคนที่ฝันๆว่า จะได้เป็นหมอ เป็น.... อีกมากมายย หลายอย่าง แล้วเคยมั้ยที่เคยถูกผู้ปกครอง ชี้นำว่า เนี่ย ลูกโตขึ้นต้องทำอาชีพนั้นนะ อาชีพนี้นะ เพราะว่ามันได้ตังค์เยอะ แล้วก้มั่นคงด้วย อืมม มันคงดีเนอะ ถ้าหากว่า ความต้องการของเรากะผู้ปกครองนั้นตรงกัน จะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันให้เสียเวลา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ปกครองเค้าก้หวังดีนี่แหละ ถึงได้แนะนำ แต่ตัวเราๆท่านๆทั้งหลายก็ อยากจะงานที่ตัวเองชอบกัน ใช่ป่าว เนอะ บางทีมันไปด้วยกันไม่ได้ มันก้เป้นเรื่องธรรมดา ตอนเด็กๆก้เคยงงเหมือนกันว่า ทำไมผู้ใหญ่ถึงได้อยากให้เราเป็นยังงั้นเป็นยังงี้ ทั้งๆที่ราไม่เห็นจะชอบเลย พอโตขึ้นก้เลยเริ่มๆ จะเข้าใจและ ก้นั่นแหละ เลยหันกลับมามองตัวเองในมุมของผู้ใหญ่มั่ง ลองสมมุติเอาว่า ถ้าเรามีครอบครัว มีลูกมีเมียแล้ว เราจะวางแผนให้ลูกเรายังไงดี(คิดเล่นๆอ่ะนะ555)
คงจาแบบว่า ปลูกฝังแล้วก้ส่งเสริมให้เล่นบอลอย่างเต็มที่อ่ะมั้ง ถ้าเค้าชอบนะเหอๆ แต่ถ้าเค้าไม่ชอบจะชอบอย่างอื่นก้ไม่ว่ากัน ส่งเสริมปลูกฝังยังไงอ่ะหรอ ก้ตอนนี้โหลดๆฟุตบอลแมตที่สนุกๆไว้หลายเเมตช์และ เอาไว้ดูกะลูก(555+) ไม่ก้ดูคลิปโป๊..เอ้ยฟุตบอล ช๊อตเด็ดๆ เอาไว้ปลูกฝังการเล่นที่สวยงามม เผื่อมานจะกลายเป็นซีดานเมืองไทย (ว่าไปนั่น 555+) ก้ จากนั้นก้หาร.ร.ที่ดังๆเกี่ยวกะฟุตบอล ส่งไปเข้าเรียน จนจบ ม.ปลาย จากนั้น ก้พอมานโตขึ้นก้ปล่อยให้เลือกทางเดินเอาเอง ว่าจะเอาไงเล่นบอลต่อ รึหางานที่มั่นคงเป็นหลักเปนแหล่งทำ (แต่ใจจิงอยากเห็น ลูกตัวเองล่นบอลนะ 555) หุๆๆ ก้ไรปรามานนี้ ว่ากันไป แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือ ปัญหา...ตอนนี้ทุกอย่างวางแผนไว้หมดแล้วมีปัญหาอยู่อย่างเดียวคือ ........ไม่มีคนที่จะมาเป็นแม่ของลูก..........แล้วก้..ไม่รู้ว่าจะหา คนที่จะมาเป็นแม่ของลูกได้รึป่าวดิเนี่ย..555+....โอววว..เปนปัญหาที่ต้องหาวิธีแก้ไขโดยเร่งด่วนเลย....กรั่กๆ
7月29日 ...ลอยละลิ่ว ปลิว ละล่อง ...แต่ถ้าใครถามว่าชั้น จะมอบให้กับใครร คงได้แต่แอบยิ้มและแกล้งทำเปนเขินนน .... เพลงนี้ ตอนแรก ฟังๆไปก้งั้นๆ (ตอนที่ค้าฮิตๆกันอ่ะนะ) แต่พอกระแสเพลงนี้เริ่มแผ่วๆ เรากลับมาฟังอีกรอบ ไมมันเพราะจังอ่ะเนี่ย รึเพราะว่าเพลงมันเริ่มเก่าแล้ว ถึงได้รู้สึกว่าเพราะ ... งง ตัวเองจิงๆ ตอนเค้าฮิตๆกันกลับไม่ฮิตตามเค้า พอเค้าเลิกฮิต ดันหยิบมาฟัง ..ซะงั้น.. แต่ก้ช่างมานต๊อะ เก่าใหม่นั้น สำคัญไฉน ฟังแล้วหัวใจล่องลอยเป็นพอ...อ่ะว่าไปนั่น..ช่วงนี้ก้ใกล้สอบ ..เหมือนเดิมแหละ.. ตะบี้ตะบันอ่านกันเข้าไป ชักเริ่มเบื่อกะบรรยากาศตอนใกล้ๆสอบและ(ขี้เกียจอ่านด้วยนั่นแหละ 55)..เฮ้อบ่นไปก็เท่านั้นอ่ะเนอะ คงไม่มีไรดีขึ้นมา ...
ทำไมบางทีนะทั้งๆที่คิดว่า มีเรื่องมากมายเยอะแยะอยากอัพในบล็อกนี่ แต่พอเอาเข้าจิงๆ เวลาเปิดบล็อกขึ้นมาแล้ว....ไม่รู้จะอัพไรดี... ตูจะอัพไรดีวะๆๆๆ..นั่งคิดอยู่นานสองนาน ไอ้เรื่องที่เตรียมมาอัพก้ลืมหมด นึกไม่อกซะงั้น..เวนกำจิงๆ แต่บางทีไม่ได้คิดไรเลย ไม่ได้คิดว่าจะอีพด้วยซ้ำ นั่งจิ้มไปจิ้มมา ยาวเป็นพรืดดด ..ไรฟะ..งงตัวเองอีกและ.. (แล้วจะงงไรกันนักกันหนาฟะเนี่ย เฮ้อ.. งง !!!) พอๆ จบเลยดีกว่า ก่อนจะงงมากกว่านี้ แถมเปนบ้ามากกว่านี้ด้วย....วู้ววว..ใกล้สอบแล้วโว้ยยย เย้ๆๆๆๆ ....(ประสาทรับประทานไปเรียบร้อยฮะ ท่านทั้งหลาย )
7月21日 สายลม หัวใจ และ ใครบางคน
สายลม หัวใจ และ ใครบางคน
Feat. นู๋เด็กดี สายลมโบกพัดปลิวช่างพลิ้วไหว เสียงหัวใจมันบอก ให้ตามหา
ใครคนนั้นอยู่แห่งใดให้รีบมา ก่อนที่ข้า จะ แก่ตายเอย
จบ......... 6月20日 และแล้วก็เปิดเทอม ผ่านมาจนถึง วันนี้แล้ว วันที่เปิดเทอม หุๆๆ รุ้สึกว่า ปิดเทอมครั้งนี้ยาวกว่าครั้งก่อนๆนะ คงเป็นเพราะได้ทำอะไรหลายๆอย่างมั้ง ก้เริ่มจากเดือน เมษา ไปทำอีแคมป์ เหมือนเดิมๆ ที่ผ่านมาทุกปี ทั้งเหนื่อยทั้งสนุกกะเด็กๆ น้องๆ ทั้ง วัดปรินายก แล้วก้วัดหงส์ น้องๆ น่ารักกันทั้งน้าน (ถึงส่วนใหญ่จาน่ารักแบบลิงๆก้เหอะ เหอๆๆ ) จากนั้น ก้ กลับบ้านไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่บ้าน เช่นเคย เหมือนทุกๆปี แต่กลับไปคราวนี้รุ้สึกเพื่อนๆ นี่แบบว่าความคิด โตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว มีทัศนคติต่อชีวิตที่ดีและมีการพัฒนาขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ (ก้แน่ล่ะ แก่ๆกันแล้วนี่หว่า ) มีแต่ตัวเองเท่านั้นที่ยังตามหา ค้นหา ความต้องการจิงๆของตัวเองไม่เจอซะที ไม่รู้สิ จะให้เราทำแบบนั้น มีชีวิตเพื่อทำงานไปวันๆที่จิงเราก้ทำได้ แต่ใจจิงๆแล้วอยากบอกว่า..มัน น่าเบื่อสิ้นดี ม่ายรุสิอาจจะเป้นเพราะ เรามัน คิดนอกรอบเกินไปรึป่าวหว่า วาดฝันไว้ซะว่า จะได้ทำงานที่ตัวเองชอบ ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน แต่ก้ ....เหอะๆ สงสัย คงจะยาก อย่างที่เค้าว่ากันไว้ว่า คงไม่มีใครได้ทุกอย่างตามที่ใจต้องการหรอก ก้คงเป้นไปอย่างงั้น เหอะๆๆๆ หลังจากนั้น หลังจากฝึกงานเสร็จ ก้มีโอกาสได้ไปพักผ่อน ที่ ต่างจังหวัด กะเพื่อนๆ ล่องใต้ ซะ อาทิตย์นึงเต็มๆเลยล่ะ กลับมานี่แบบว่า ดำ(พรี)เมี่ยม เลยแหละ 555++ เฮ้ออ แต่ก้สนุกดีนะ ไปเที่ยวน้ำตกที่พัทลุง ต่อด้วย ลอดถ้ำ เที่ยวชายหาดที่ตรัง แล้วก้ ไปกระบี่ แว้บนึง หุๆๆ เกิดมาไม่เคยไปเที่ยวทรหดแบบนี้มาก่อน เล่นอาซะงอม หมดแรงไปเลย แต่ก้ดีนะ ชอบๆ อากาศดี บรรยากาศดี อยู่กะธรรมชาติ ชอบที่สุดนี่คงเป้นที่ชายหาดที่ตรัง เพราะเวลามองออกไป ทะเลมันกว้างมาก สุดลูกหูลูกตาเลยล่ะ ตอนนั้นแลหะ รู้สึกได้ถึงอิสระ เป้นอิสระ จากทุกๆอย่างๆ เฮ้อออ ช่างแสนสบายยย แต่อยู่นานๆไม่ดี กลัวซึนามิมา เหอะๆ แล้วก้น่าเสียดายอีกนั่นแหละที่ไปเที่ยวทั้งๆที่ยังไม่หายจากอาการประหลาด ไม่งั้นคงสนุกกว่านี้แน่นอน จะว่าไปมันก้แปลกจิงๆนั่นแหละไอ้อาการนี้ ไมมันไม่หายซะทีนะ งงเหมือนกัน ก้ได้แต่ภาวนาว่าให้มันหายซะที ไปหาหมอ ก้บอกว่าไม่ได้เปนอะไร แต่นี่ก้ล่วงเข้ามาเดือนที่ 5 ที่ 6 แล้ว ก้ยังไม่หาย มันหมายความว่าไงวะเนี่ย เปนงงๆ แต่ก้ช่างเหอะ บ่นไปก้ไม่ได้ไรดีขึ้นมา ไม่หายก้ไม่ต้องหาย อยู่ด้วยกันยังงี้แหละ เหอะๆๆๆ เปิดเทอมใหม่ แต่ความรู้สึกก้ยังเดิมๆไม่เปลี่ยนแปลง ช่วงนี้เปนไรไม่รุอยากทำไรที่มันสนุกๆท้าทายๆ บ้าง อืมมมงสงสัยต้องไปหาอารัยมาทำซะและ เริมจากนี่เลย ....ไปนอนพักผ่อนก่อนดีกว่า 5555++ ไปและๆ
ปล. การที่เรารู้ว่ายังมีคนที่คิดถึงเรา นี่มัน รู้สึกดียังงี้นี่เองเนอะ หุๆๆ
5月17日 ศาลาพักใจ..(ตอนจบ) เฮ้อออ ฝึกงานเหนื่อยๆเจงๆ ที่จิงก้ไม่ได้เหนื่อยไรมาหมายแค่เพลียๆแหละนะหุๆๆ ฝนตกแทบจะทุกวัน ยังไงก้รักษาสุขภาพกันให้ดีๆล่ะ ระวังจะไม่สบายเอา
อ่ะ มาเล่าสต่อกันเลยดีกว่า ถึงไหนแล้วนะ อ่อ ถึงตอนที่จะบอกที่มาของ ศาลาพักใจแล้ว หุๆ ที่จิงมันก้ไม่มีไรมาก ก้แค่ มีวันนึงที่เราชวน น้อง ฮ ออกมาข้างนอกออกมาปั่นจักรยานเล่นก้เลยนัดน้องเค้าไว้ที่หน้าม. แต่ ปรากฎว่า ดันมีคนรุ้จักบังเอิญ มาเห็น ซะนี่ นั่นแหละ ก้เลยถูกซักไซ้ไล่เรียง ในวงเหล้า อ่ะนะก้น่าจะรู้ๆกันดีว่าค วามลับไม่มีในวงเหล้า เราก้เลยเล่าความเปนมาเปนไปจนหมด พอเพื่อนๆในวงเหล้าฟังเเล้วก้ บอกว่าเรานี่ออกแนวศาลาพักใจนะ อะไรประมาณนั้น เราก้ไม่ได้ชอบท่าไหร่ร้อก แต่ก้ไม่ได้ว่าไร เออ อยากเรียกก้เรียกปาย แต่พักหลังๆ นี่มันชักเรียกบ่อยซะจนเรานี่เริ่ม แบบว่า ไรว้า ตุไม่ใช่คนดีขนาดนั้นนะเฟ้ย ตุก้แค่ทำ ตามท่ใจอยากจะทำ อยากทำตูก้ทำ ไม่ได้หวังว่าจะให้ใครมาพ้งมาพักอารัยหรอก แต่พุดไปก้เท่านั้น มานไม่ฟังเหตุผลของเราเอาซะเลย แล้วช่วงนั้นก้กะลัง ตกอยู่ในภวังค์ ก้เลยแบบว่า เออนะ อืมมหว่ะ เฮ้อ แม่ม (ตกลงอาการไหนกันแน่วะเนี่ย เหอะๆ) ก้น่านแหละ ตั้งแต่นั้นมา เวลา ที่ เดินผ่านเพื่อนๆก้มักจาถูก เรียกว่า ศาลาพักใจอยู่เรื่อย เหอๆๆ จบ.....
ที่จิงแล้วนะ เรื่องแบบนี้ไม่ค่อยมีใครเค้าเอามาเล่ากันหรอก ว่ามะ แต่ไม่รู้สิ สำหรับเราแล้ว มันไม่น่าจะเป้นความลับอะไรที่น่าอาย ก้ช่ายแหละยอมรับว่า ก้ผิดหวัง แต่ก้ไม่เชิงอกหักซะทีเดียว ก้ในเมื่อเราเลือกที่จะถลำเข้าไปเอง พลาดเอง ก้ต้องยอมรับ ไม่ใช่ว่าจะประจานตัวเองนะ แต่ที่มาเล่าก้เพื่อจะบอกว่า มันก้เป้นประสบการณ์ที่ผ่านมาของเรา เปนเหตุการณืที่ทำใรเองก้รู้จักตัวเองมากขึ้น ว่าที่จิงแล้วเราเองก้ใช่ว่า จะตายด้านซะทีเดียว ยังรู้จักหวังดีกะคนอื่น (แต่หลังๆชักถลำเกิน)แล้วก้ ยังเปนประสบการณที่สอนให้เรารุ้ว่า การตื่นแต่เช้านี่มานรุ้สึกดียังไง เหอๆๆ (เกี่ยวกานไม๊วะเนี่ย)อ่ะม่ายช่ายย มันบอกให้เรารู้ว่าเราเองก้ยังไม่แกร่งพอที่จะควบคุมจิตใจตัวเองได้ดีซักเท่าไหร่ แล้วก้เราก้ยังหนีไม่พ้นเรื่องแบบนี้อยู่ดี ตั้งใจว่าจะเป้นแค่ผู้ดูแต่ดันลงมารับบทบาทเองซะนี่ โอ้ๆ พลาดไปและจิงๆ แต่ยังไง ก้ ตอนนี้ก้เริ่มเข้าสู่สภาวะที่ปกติและ น้องเค้าก้ มีคนที่คบอยู่ด้วยไปแล้ว เราก้กลับสู่สภาพเดิมๆที่คุ้นเคย ก้ จะเข้าปีสุดท้ายแล้ว ไม่รู้จะออกหัวรึออกก้อย แต่อย่างน้อยๆก้ได้กะลังใจจากน้องสาวแมวเหมียวที่น่ารักมาบอกว่า พี่ต้องทำได้อยู่แล้วแหละ สู้ๆค่ะ อิอิอิ ก้ดี รู้สึกดีขึ้นที่ยังมีน้องสาวแมวเหมียวที่ให้กะลังใจอยู่ ฮิๆๆๆ อาจจะคิดว่าแหน่ะ ไอ้นี่ ไหนบอกไม่อยากยุ่งกะความรัก แล้วดันมาหากุ๊กกิ๊กอีกนะ หุๆๆ อ่ะนะ น้องคนนี้ก้ดีนะ รุ้สึกเหมือนน้องสาวมากกว่า แล้วที่สำคัญน้องเค้าก้มีแฟนแล้วแหละ ก้แค่รุ้สึกดีแค่นั้นเอง ม่ายมีไรมาก หุๆๆ เฮ้อขี้เกียจพิมพ์และ ไปแอบเล่นเน็ตต่อดีกว่า ไปล่ะ 5月10日 เรียกข้าว่า....ศาลาพักใจ..(1)เรียกข้าว่า....ศาลาพักใจ(1)
ช่วงนี้ก้ฝึกงาน ฝึกงาน และฝึกงาน ตุละเซง มนุษย์เงินเดือนฝึกหัด นั่นคือนิยาม ของสิ่งที่เราเป้นอยู่ตอนนี้ ตื่นเช้า เข้างาน พักเที่ยงกินข้าว เลิกเย้น กลับถึงบ้านดึก ถึงบ้านก้เหนื่อยแล้วก้นอนนแล้วก้ตื่นแต่เช้า มาเข้างาน .....เปนยังงี้มาเปนอาทิตย์..บอกตงๆ ..เบื่อชิหาย..นี่อนาคตตุต้องใช้ชีตแบบนี้รึเนี่ย...โอ้ววม่ายยย ...ตายๆๆๆ ตายแน่ตรู...แต่ทำไงได้อ่ะ เพื่อเงินเพื่ออนาคต เพื่อ...อะไรอีกอ่ะ..นึกไม่ออก ช่างหัวมานเต๊อะ.... นี่ก้แอบเล่นเน้ตที่ฝึกงาน อิอิอิ ..อยากจะบอกว่ามาสาย 2-3 วันต่อกันและ โดนเพ่ๆแกเขม่นเอารึป่าวก้ไม่รู้ หุๆๆ เฮ้ออ ..เออเคยได้ยินเพลงนี้กันรึป่าว ศาลาพักใจ ของวงแสตมป์อ่ะ นั่นแหละ ถ้าไม่เคยฟังก้ไปหามาฟังซะ รึถ้ไม่อยากฟัง ก้....ไม่ต้องฟัง555 ...... จะขำไมวะเนี่ย ???
เออนั่นแหละเพลงนี้เปนเพลงที่เพื่อนมันบอกว่า ขอมอบให้แด่เพื่อนโจ้ที่รักสุด teen ว่างั้น สาเหตุก้เพราะมันมีเรื่องอ่ะดิ ประมาณว่า ไปทำตัวเปนคนดี (ชั่วคราว) ช่วงนั้นกะลังพัวพันกะเรื่องรักๆใคร่ๆ(ของคนอื่นอ่ะนะ..(ประมาณสอดเรื่องชาวบ้านว่างั้น)) ก้น่านแหละ นะน้องเค้า (น้อง ฮ นามสมมุติ (เพื่อไม่ให้เปนการโปรโมตน้องเค้าเกินไป ขอใช้นามสมมุติ)) กำลังเศร้าๆปรามานอกหัก ไอ้เราก้ว่าจะช่วยให้หายเศร้าแบบว่า คนอ่ะนะ เห้นคนอมทุกข์เศร้ามา แถมยังรู้จักกัน คุยกันอยู่บ่อยๆ (เล่นเอ็มอ่ะนะ) ชวนน้องเค้าทำโน่นทำนี่ พยายามไม่ให้เค้าอยู่คนเดียว อ่ะก้รู้ใช่ป่ะว่าคนอารมณ์กำลังอกหักนี่ ปล่อยไว้คนเดียวเปนไรที่ ไม่น่าอ่ะ ก้นั่นแหละเลยชวนน้องเค้าออกมาจากห้อง เนื่องจากไม่อยากให้น้องเค้าอยู่คนเดียว ก้ออกมาอ่านหนังสือมั่ง ปั่นจักรยานเล่นมั่ง ช่วยทำงานมั่ง(เรียกว่าป่วนการทำงานซะมากกว่า เหอะๆๆ) ก้นั่นแหละ ก้คงจะรู้นะว่า ผถ้ชายเนี่ย เวลาอยู่กะผุ้หญิง 2 ต่ อ2 บ่อยๆ ครั้งเข้ามันก้ต้องเกิดอาการ....อ่ะนั่นแหละคงเดากันถูก อาการนั่นแหละ หา อาการไรอ่ะหรอ คงปวดKeeมั้ง เหอะๆๆ ก้ปิ๊งๆ นั่นแล้ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดตอนไหน แต่ก่อนก้ยังธรรมดาๆ ไม่ได้ไรมากมาย แต่ก้อย่างว่า เพราะดูท่าทาง มันจาเกิดกะเราคนเดียวซะนี่(รักเค้าข้างเดียวข้าวเหนียวนึ่ง สุกแล้วเอาไปจิ้มปลาแดก แซบหลายๆ 55+ อ้าวว) ก้น่านแหละ เวลาผ่านไปนานเข้าๆ เค้าก้เริ่มหายเปนปกติดี แต่ไอ้เรานี่สิดันผิดปกติ ลืมไปซะได้ว่า จิงๆที่เราต้องการมันไม่ใช่แบบนี้ ที่เราต้องการก้แค่ ไม่อยากเห้นใครต้องเศร้า รุ้สึกไม่ดี รึร้องไห้ เห้นความเศร้ามามากพอแล้ว ไม่อยากให้ใครต้องเศร้าอีก แต่เราดันหลงทางเดินของตัวเองไป ดันไปปิ๊งปังน้องเค้าซะได้ เฮ้อออ เวนกำ ก้อย่างที่รู้ๆกันอยู่ รักข้างเดียวมันจะสมหวังง่ายๆซะเมื่อไหร่กันเล่า(ถึงจะมีเปอร์เซนต์ก้เหอะ) เราเองก้ไม่ใช่คนประเภทที่ว่าอยู่ รอ รึอดทน เรื่อยๆ จนกว่าเธอจะรักแบบนั้น เเละเราคงจะไปคิดถึงคนที่ไม่รู้ว่า เค้าจะคิดถึงเรารึป่าวไปทำไม (แล้วดุท่าทางก้คงเปนเราคิดถึงฝ่ายเดียว...อีกแล้ว..) น่านแลหะที่ทำให้บางทีเราก้ สับสนและลังเลไม่รุเอาไงดี แต่สุดท้ายมันก้ เมื่อ น้อง ฮ เค้าหายดีแล้วเค้าก้กลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ตามเดิมของเค้าต่อไป ก้เหลือแค่เรา กะความรุ้สึกที่ยังค้างคาและหลงเหลืออยู่ เราก้กลับไปเป้นคนรุ้จักกันของน้องเค้าตามเดิม แต่ เราที่คิดกะน้อง ฮ กลับไม่เหมือนเดิมซะนี่ ความไม่บาลานซ์ก้เลยเกิดขึ้น อีกแล้ว ก้คงเข้าใจนะว่าคนนึงคิดแค่คนรุ้จักธรรมดา แต่อีกคนนึงกลับคิดไปไกลมากว่านั้น มันเปนยังไง ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก้ คิดไม่ตกเหมือนกันว่าจะเอาไงดี จะเลิกตัดใจซะก้ลำบากน่าดุ จะเดินต่อไป อดทนรอ รอคนที่ไม่ได้คิดอะไรกะเรารอให้ถึงเวลานั้น ทำดีใส่ใจ เค้าน้อง ฮ คนที่ไม่ได้คิดอะไรกับเราเลย ทำไปไปเรื่อยๆจนกว่าเค้าจะยอมรับเรางั้นหรอ กับคนอื่นเราไม่รุ้นะว่า ใครจะอดทนเพื่อรัก รึใครจะอดทนเพื่อให้คนที่ไม่ได้คิดไรกะเราไม่ใส่ใจอารัยเราให้หันมาสนใจเรา อดทนเพื่อให้เค้า มาเห้นใจ แบบนั้น เราคงจาทำได้ยากมาก ก้เลยตัดสินใจปล่อยเลยตามเลย มาจนถึงณ .บัดนี้ แล้วก้ ตอนนี้ก้แค่คุยกันธรรมดา ไม่มีไรคืบหน้า จนกระทั่งตอนนี้เราคิดว่าความรู้สึกนั้นมันคงเริ่มๆจางลงแล้วแหละ อีกไม่นาน อะไรๆในตัวเราก้คงเข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม แล้วก้ได้ข่าวว่าตอนนี้น้อง ฮ เค้าก้กะลังมีฟามสุขกะรักครั้งใหม่ของเค้าอยู่ (รู้จากเพื่อนไม่นานมานี้เอง) เราก้นะ อืมม ก้...แปลกใจ+หายใจ เอ้ย ใจหาย แต่ ก้มาคิดมาทบทวนดูก้ คิดว่าม่ายเปนรัยร้อก อย่างน้อยๆ ได้เห้นรอยยิ้มยังไงก้ดีกว่าได้เหนน้ำตา จิงป่ะล่ะ (แหวะ ทำเปนพูดดีหว่ะ (T_T)) เฮ้อ...พล่ามมาตั้งนาน ไม่เหนจะเข้าเรื่อง ศาลาพักใจอารัยนั่นเลยนี่นา อ่ะก้ต้องเล่าเรื่องนี้ให้ฟังก่อนดิจะได้เข้าใจได้ง่ายขึ้นไงล่า ...อ๋อออองี้นี่เอง(เหอะๆๆ ชักเพี้ยน พิมพ์เองตอบเอง) ก้ น่ะนะ เรื่องก้เปนตอนที่เรา.....................
.....เมื่อยมือว่ะ ...พิมพ์ม่ายไหวและ ..เอาไว้มาต่อคราวหน้าและกัน เมื่อยๆและ อู้งานมานานไปและๆ
TO BE CONTINUE.....กิวๆๆๆ 5月4日 ฝึกงาน หน้าฝน และนารูโตะ ณ. ที่ฝึกงาน เวลา 15.55น. ช่วงนี้อากาศแปลกๆ นะ ฝนตกทุกวัน ออกแนวๆเซงๆขี้เกียจตื่นแต่เช้า แต่ก้นั่นแหละ ความรับผิดชอบนะความรับผิดชอบ ยังไงก้ต้องมาล่ะ ช่วงนี้ลองซื้อ นารูโตะ มาอ่าน สนุกดีแฮะ มันใช้ได้เลย ทีแรกๆ เหนเค้าฮิตๆกัน ก้ไม่ได้สนใจไรมากมาย ก้คิดว่าคงเปนการ์ตูน กระแส เหมือนๆเรื่องอื่น แต่พอได้อ่านแล้ว ก้หายสงสัยเลยว่าทำไมการ์ตูนเรื่องนี้ ทำไมถึงได้รับรางวัล รวมทั้งฮิตถึงขนาดนี้ เนื้อเรื่องย่อๆของเรื่องนี้ก้มีอยู่ว่า อุซึมากิ นารุโตะ .... ไม่เอาล่ะ ขี้เกียจเล่าว่ะ ......เฮ้ออ..เล่าซะหน่อยดีกว่า ไหนๆก้ไหนๆและ (เอาไงแน่เนี่ย ( -_-") ) ที่จริงแล้ว ก้ ออกแนวเดิมๆนั่นแหละ เดิมยังไงอ่ะหรอ ก้ แนวแคแรคเตอร์เดิมๆ ที่เห็นได้บ่อยในนิสัยของตัวเอกในการ์ตูนยุคนี้ ก้คือ พวกตัวเอกจะเกิดมาท่ามกลาง ความหว้าเหว่ เดียว ดาย ไม่มีพ่อแม่ ประมานว่า ขาดความอบอุ่นว่างั้น แต่ว่า ตัวเอก เหล่านั้น กลับเป็นคนที่ร่าเริง แจ่มใส ถึงแม้ว่าลึกๆเค้าจะมี ความรู้สึกเดียวดาย และโกรธแค้น อยู่แต่ด้วยความที่ไม่ยอมแพ้ต่อความรู้สึกนั้น ไม่ยอมแพ้ต่อความรู้สึก อ่อนแอ ไม่ยอมแพ้ต่อความรุ้สึกว้าเหว่ ต่อสู้กับปัญหาทุกอย่างแย่งไม่ย่อท้อ เชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง ไม่สั่นคลอนแม้จะถูกคนรอบข้าง รังเกียจ รึไม่ยอมรับ อืมมม ฟังๆดูแล้วเหมือนมันจะมีแต่ในการ์ตูนนะ แต่คนที่ รู้สึกแบบนี้ เดกที่รู้สึกแบบนี้ อาจจะมีอยุ่ไม่น้อยเลยทีเดียว ยกตัวอย่างง่ายๆก้เดกกำพร้าอะไรแนวๆนั้น แล้วอาจจะรวมไปถึงพวกที่เปนเดกจรจัดที่สร้างปัญหาให้สังคมอีก ด้วย ลองคิดดูนะว่า ถ้าเปนตัวเราเราจะรุสึกยังไง อยากสนุกสนาน อยากได้รับความอบอุ่น แบบเด็กๆ แต่กลับไม่ได้ แล้วยังต้องดิ้นรนเพื่อตัวเองให้อยุ่รอด เปนชีวิตที่หนักหน่วงทีเดียว แต่ก้นั่นแหละ เอาง่ายๆสั้นๆแต่ได้ใจความละกัน พอดีอ่านไปเจอตอนที่นารูโตะสู้กับ ฮิวงะ เนจิ ที่ถือว่าเปนตัวเก่งตัวนึงทีเดียว ตัวฮิวงะเอง มีความแค้นส่วนตัว แอบน้อยใจเล็กๆ ที่ตัวเองเกิดมาในตระกุลสาขา (ประมาณลูกเมียน้อยว่างั้น) ก้สู้กันไปคุยกันไป เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นทั่วไป แล้วก้สุดท้ายนารูโตะ ก้ชนะ แล้วก้มีคำพูดเท่ๆ ออกมาว่า ..จะมัวมาพิรี้พิไรอยู่กับอดีตทำไม..นายเองก้ไม่ใช่คนไร้ค่าซะหน่อย .......คำพูดนี้มันหมายถึง ...ทิ้งอดีตไปซะ เป็นตัวของตัวเอง อย่าปล่อยให้ความโกรธ ความแค้น มาทำลายตัวเอง ทั้งๆที่ เนจิ เอง ตอนนั้นก้มีทั้งพ่ออยู่(ถึงจะตายทีหลังก้เหอะ) แต่นารูโตะเองไม่มีใครเลยมาตั้งแต่เกิด แถมยังถูกชาวหมู่บ้านนินจาโคโนฮะ เย็นชาเข้าใส่อีกด้วย เค้าเองเจอมาหนักกว่าเนจิ แต่กลับไม่เคยท้อถอย ตั้งใจสู้กับอดีตที่ขมขื่นมาคนเดียวโดยตลอด โดยไม่เสียคนหรือกลายเป้นคนเลวไป เค้ายังทำได้ กะอีแค่ความแค้นของการเกิดมาในตระกุลฮิวงะ สาขาย่อยของเนจิน้นถือว่าเปนเรื่องขี้ป่ะติ่วไปเลย และเพราะสาเหตุนี้เองที่ทำให้นารุโตะ เดกนอกคอกเรียนซ้ำชั้น 3 ปี เอาชนะ เนจิ ที่เปนตัวเด่นระดับหัวกะทิได้ ความเข้มแข็งของจิตใจ ความมุ่งมั่น ความตั้งใจจริง ทำให้เค้าชนะคนระดับหัวกะทิมาได้ .......อืมม ก้เหมือนกะคนเรานั่นแหละ ถ้ามัวแต่จมอยู่แต่กับความคิด ความปวดร้าวในอดีต จะก้าวไปข้างหน้า จะสู้กับอุปสรรค ความผิดหวังที่รออยู่ได้อย่างไง โออ แค่การ์ตุน 35 บาทเล่มนึงสอนการใช้ชีวิตเราได้ด้วยรึนี่.....อย่างที่เคยบอกไว้แล้วว่า ไม่ว่าจะหนังสือเรียนหรือหนังสือกาอะไรก้แล้วแต่ ล้วนมีประโยชน์กะเราทั้งนั้น ถ้าเรารู้จักอ่านและนำมาคิดทบทวนแล้วนำมาประยุกตืใช้กับตัวเองให้ถูกทาง มันก้มีประโยชน์เสมอ แล้วก้หลังจากนะนก้อยู่ที่ว่า เราจะรู้จักเอามาใช้จิงๆรึป่าวแค่นั้นแหละ ........... 4月3日 BeginBegin
ความทะเยอทะยาน ความอยากอยู่เหนือผู้คนทั้งปวง ความอยากเด่นอยากดัง อยากมีหน้ามีตาในสังคม ต้องการที่จะได้รับการยอมรับ อยู่คู่กับ คนเราเสมอมา หากมีสิ่งเหล่านี้แต่พอดี มันก้ดี ในแง่ที่ว่าช่วยผลักดัน ให้ชีวิตดำเนินต่อไปอย่างมีเป้าหมาย แต่ถ้ามีมากเกินไป มันก้คงน่ากลัว น่าเศร้า และน่าผิดหวัง ......เมื่อเราถึงจุดๆนั้นแล้ว จุดที่อยู่เหนือคนทั้งปวง จุดที่ มีความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีคนนับหน้าถือตาในสังคมมากมาย ...จะมีคนซักกี่คนที่จะย้อนถามตัวเองว่า เราพอได้รึยัง ยังต้องการอะไรอีกบ้าง ...เท่าที่เห็นๆกันอยู่ ไม่เลย...ไม่เคยจะพอกันซะที....ความทะเยอทะยานไม่มีทีสิ้นสุด ไม่มีจุดที่เรียกว่า "พอ" สำหรับ มนุษย์... สิ่งเหล่านี้เป็นต้นเหตุ ให้เกิด ...การแย่งชิง...แบ่งฝักฝ่าย..หักหลัง...หรือ....สงคราม...การรบราฆ่าฟันมนุษย์ด้วยกัน...คนบริสุทธิ์ต้องตายไปกี่คนกัน ....เพื่อสนองความต้องการของคนที่ไม่รู้จักพอเหล่านี้....ช่วยลดความเลวร้ายของมุมมืดในโลกใบนี้ลงบ้างเหอะ...สังคมมันแย่เกินกว่าจะรับได้..เริ่มที่ตัวเรานั่นแหละ รู้จักพอเพียง อย่าทะเยอทะยานให้มันมากนัก ...ยิ่งสูง..ตกลงมามันก้ยิ่งเจ็บหนัก...จำเอาไว้ด้วยละกัน ....
ปล. บิ๊กแอสชุดนี้โดนใจจิงๆ โอ้
3月25日 เรื่อยเปื่อย
|
|
|